บริการ รับทำ รับจ้างทำ SEO ขอนแก่น เพิ่มยอดขาย กำไรงดงาม

SEO Winner บริการ รับทำ SEO เพิ่มยอดขาย กำไรงดงาม

SEO Winner :: ให้บริการ รับทำ SEO รับจ้างทำ SEO เราให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ การวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามหลัก SEO รับปลดบล็อคเว็บไซต์ที่โดนแบนจาก Google ค้นหาแล้วไม่มีอันดับบน Google อื่นๆ

ถ้ายังไม่มีเว็บไซต์ แล้วต้องการทำเว็บไซต์ โทรหาเรา เรามีบริการ รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ราคากันเอง ไม่แพง

ถ้ามีเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถทำ SEO ได้เลย โดยทางเราจะขอเว็บไซต์ของทางลูกค้าเพื่อมาปรับโครงสร้างของเว็บไซต์ ให้ถูกต้องตามหลัก SEO

ทำ SEO แล้วได้ลูกค้าจริงหรือ ?

จริงครับ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เขาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าแต่ละอย่าง นั่นคือกลุ่มเป้าหมายเราจริงๆ ถ้าบริการของเรานั้น ติดในอันดับแรกๆของ Google นั่นคือโอกาศที่ลูกค้าจะเห็นสินค้า และบริการของเรา ในลำดับแรกๆ และจะเลือกเรา นั่นคือโอกาศ

สนใจทำ SEO การตลาดออนไลน์

เว็บไซต์ :: http://www.seo-winner.com

หัวใจหลักในการทำ SEO ที่ควรรู้คืออะไร??

kerp2-facebook-add-1ploy

Keyword หัวใจหลักของ SEO  

การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์นั้นมีการแข่งขันสูงเป็นอย่างมาก แล้วจะทำอย่างไร ให้การค้นหานั้นเข้าไปยังเว็บไซต์ของเราได้ผล เพราะฉะนั้น Keyword จึงเป็นหัวใจสำคัญในการค้นหาเพื่อเชื่อมโยงให้เข้าถึงเว็บไซต์ ลักษณะการใช้คำต้องเป็นคำที่คาดเดาได้ง่ายไม่สลับซับซ้อน ที่คนทั่วๆไปจะใช้ในการค้นหา
keyword สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทดังนี้

1. Widely Keyword คือ keyword ที่มีความหมายกว้างและมักมีปริมาณการค้นหามาก เช่น ipod

2. Niche Keyword คือ keyword ที่มีความจำเพาะเจาะจงระบุถึงในตัวสินค้าหรือตลาด เช่น ipod nano 8gb silver ยิ่งระบุชัดมากก็ยิ่ง niche มากซึ่ง Niche Keyword อาจมีลักษณะของ Longtail  Keyword ร่วมด้วย

3. Mass Keywords คือ keyword จำนวนมากที่เกี่ยวข้องในตลาดเดียวกันหรือสินค้าเดียวกัน เช่น  ipod, ipod nano, apple ipod, ipod mini, ipod video เป็นต้น ซึ่งใน Mass Keywords อาจมี keyword ประเภทอื่นๆ อยู่ด้วยเนื่องจากมีปริมาณมาก

4. Blue ocean strategy keyword คือ keyword ที่มีคู่แข่งน้อยหรือไม่มีคู่แข่งเลย ซึ่งอาจมี keyword ประเภทอื่นๆร่วมด้วย เช่น Niche Keyword ที่มีคู่แข่งน้อยมาก

5. Misspelling  Keyword คือ เป็น Keyword ที่มีการสะกดคำผิดหรือเขียนผิด เช่น iipod

” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ #มิสเตอร์วินน์ซอฟต์ #wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

จะมีสักกี่คนที่เข้าใจว่า…ทำไมต้องทำ CSS??

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-online-marketing %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3seo %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5

CSS คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

      การจัดทำเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพต้องมีการวางแผนและการออกแบบระบบที่ดี  โดยในยุคแรก ๆ จะใช้ภาษา HTML ในการจัดทำระบบการแสดงผลทางด้านโครงสร้างและข้อมูลของเว็บ  แต่ปัจจุบันมีการพัฒนามาจนถึง HTML5  และยังมีการพัฒนาภาษาที่ใช้เพื่อกำหนดรูปแบบการแสดงผลทางหน้าเว็บไซต์ที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น  เช่น สีอักษร สีพิ้นหลัง ขนาดตัวอักษร จัดการเลย์เอ้าท์ ให้สวยงามและอื่นๆ ซึ่งนั้นก็คือ CSS หรือ Style Sheets และในความหมายของทางโปรแกรมเมอร์นั้น คือ โครงสร้างการแสดงผลของหน้าตาเว็บไซต์

CSS คืออะไร? 
CSS ย่อมาจาก Cascading Style Sheet  มักเรียกโดยย่อว่า “สไตล์ชีต” คือภาษาที่ใช้เป็นส่วนของการจัดรูปแบบการแสดงผลเอกสาร  HTML โดยที่ CSS กำหนดกฏเกณฑ์ในการระบุรูปแบบ (หรือ “Style”) ของเนื้อหาในเอกสาร อันได้แก่ สีของข้อความ สีพื้นหลัง ประเภทตัวอักษร และการจัดวางข้อความ ซึ่งการกำหนดรูปแบบ หรือ Style นี้ใช้หลักการของการแยกเนื้อหาเอกสาร HTML ออกจากคำสั่งที่ใช้ในการจัดรูปแบบการแสดงผล กำหนดให้รูปแบบของการแสดงผลเอกสาร ไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเอกสาร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดรูปแบบการแสดงผลลัพธ์ของเอกสาร HTML โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเอกสารบ่อยครั้ง หรือต้องการควบคุมให้รูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML มีลักษณะของความสม่ำเสมอทั่วกันทุกหน้าเอกสารภายในเว็บไซต์เดียวกัน  โดยกฏเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบ (Style) เอกสาร HTML ถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรกใน HTML 4.0  เมื่อปีพ.ศ. 2539 ในรูปแบบของ CSS level 1 Recommendations ที่กำหนดโดย องค์กร World Wide Web Consortium หรือ W3C
CSS มีประโยชน์อย่างไร?
ภาษา CSS (Cascading Style Sheets) มีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียวซึ่งทำให้การพัฒนาเว็บเพจด้วยภาษา HTML เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น
1. ภาษา CSS จะช่วยในการจัดรูปแบบแสดงผลให้กับภาษา HTML ซึ่งจะช่วยลดการใช้ภาษา HTML ให้น้อยลง โดยเหลือเพียงแต่ส่วนที่เป็นเอกสารที่เป็นภาษา HTML เท่านั้นทำให้มีการแก้ไขและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
2. ทำให้ขนาดไฟล์ HTML น้อยลงเนื่องจาก ภาษา CSS จะช่วยลงการใช้ภาษา HTML ลงทำให้ขนาดไฟล์นั้นก็เล็กลงไปด้วยเช่นกัน
3. ภาษา CSS เป็นภาษา Style Sheets โดย Style Sheets ชุดเดียวสามารถใช้กำหนดรูปแบบการแสดงผลให้เอกสาร HTML ทั้งหน้า หรือทุกหน้ามีผลเหมือนกันได้ จึงทำให้เวลาที่มีการแก้ไขก็จะแก้ไขได้ง่ายขึ้นเพียงแก้ไข Style Sheets ที่ใช้งานเพียงชุดเดียวเท่านั้น
4. ทำให้เว็บไซต์มีมาตราฐานเพราะการใช้งาน CSS นั้นจะทำให้การแสดงผลในสื่อต่าง ๆ ถูกปรับเปลี่ยนไปได้อย่างเหมาะสม เช่น  การแสดงผลบนหน้าจอ และการแสดงผลในมือถือ
5. CSS สามารถที่จะใช้งานได้หลากหลาย เว็บบราวเซอร์ ทำให้การใช้งานนั้นสะดวกมากยิ่งขึ้น
6. CSS สามารถกำหนดแยกไว้ต่างหากจากไฟล์เอกสาร HTML และสามารถนำมาใช้ร่วม กับเอกสารหลายไฟล์ได้ การแก้ไขก็แก้เพียง จุดเดียวก็มีผลกับเอกสารทั้งหมด

     CSS กับ HTML นั้นทำหน้าที่คนละอย่างกัน โดย HTMLจะทำหน้าที่ในการวางโครงร่างเอกสารอย่างเป็นรูปแบบ  ถูกต้อง เข้าใจง่าย  ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงผล  ส่วน CSS จะทำหน้าที่ในการตกแต่งเอกสารให้สวยงาม เรียกได้ว่า HTML คือส่วน coding ส่วน  CSS คือส่วน design
” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ #มิสเตอร์วินน์ซอฟต์#wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

Domain Name ก็เป็นส่วนสำคัญในการทำ SEO ที่ไม่ควรมองข้าม

Domain Name ที่ดีควรมีหลักการดังนี้

Domain Name ที่ดีควรมีหลักการดังนี้

Domain Name ที่ดีควรมีหลักการดังนี้
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โดเมนเนม (Domain Name) คืออะไร  คือชื่อเว็บไซต์ ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและการนำไปใช้งาน ชื่อที่ถูกเรียกแทนการเรียกเป็นหมายเลขอินเทอร์เน็ต (IP Address) เนื่องจากการจดจำหมายเลข IP ถึง 16 หลัก ทำให้ยุ่งยาก และไม่สามารถจำได้เวลาท่อง ไปในระบบอินเทอร์เน็ต จึงนำชื่อที่เป็นตัวอักษรมาใช้แทน
หลักที่ใช้ในการตั้งชื่อ Domain name
1. ชื่อของ Domainตั้งได้ไม่เกิน 67ตัวอักษร  ชื่อโดเมนต้องสั้น ได้ความหมายและ จดจำง่าย
2.ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลขหรือเครื่องหมายขีด (-) ได้
3. ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็กถือว่าเหมือนกัน
4. ไม่ใช้เครื่องหมายขีด (-) นำหน้าชื่อ Domain name แต่สามารถใช้ในระหว่างคำได้
5. ไม่เว้นวรรคในชื่อ Domain
6. การตั้งชื่อ Domain ควรสื่อถึงของเว็บไซต์เราให้มากที่สุด เนื่องจากมีผลต่อ Search Engine
7.ในกรณีที่เป็นบริษัท  ควรใช้ชื่อโดเมนเป็นชื่อเดียวกับบริษัท หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น www.seo-winner.com
หากทำตามขั้นตอนอย่างที่ได้แนะนำไปในข้างต้น ก็จะทำให้ลูกค้าของคุณจดจำและเข้าใช้บริการได้บ่อยๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งทำให้สามารถสร้างยอดขายให้กับสินค้า