แชร์ลูกโซ่ กลโกงที่แอบแฝงมาในรูปแบบของธุรกิจ

แชร์ลูกโซ่ กลโกงที่แอบแฝงมาในรูปแบบของธุรกิจ

แชร์ลูกโซ่ กลโกงที่แอบแฝงมาในรูปแบบของธุรกิจ

ที่มาของแชร์ลูกโซ่ก็มาจากการเล่นแชร์ในหมู่เพื่อนฝูงกันก่อนนี่เอง สมัยก่อนหรือแม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็น่าจะยังมีที่กลุ่มเพื่อนฝูงที่มีความสนิทสนมใกล้ชิดและไว้เนื้อเชื่อใจกันจะมารวมกลุ่มกันเพื่อเล่นแชร์ ซึ่งการเล่นแชร์ก็หมายถึงการที่แต่ละคนในกลุ่มออกเงินมาคนละจำนวนหนึ่งแล้วแต่ตกลงกัน เช่น 10,000 บาท สมมติว่าเล่นแชร์กันทั้งหมด 10 คน เล่นรอบหนึ่งก็จะมีเงิน 100,000 บาท ในแต่ละรอบทุกคนก็มีสิทธิ์เปียแชร์โดยเขียนจำนวนดอกเบี้ยที่เราจะให้ลงในกระดาษ เมื่อเปิดออกมาใครที่ให้ดอกเบี้ยสูงที่สุดก็จะได้เงินก้อนในงวดนั้นไปก่อน

คนที่เปียแชร์ได้ไปก่อนหลังจากนั้นก็จะเหมือนกับเป็นหนี้ ต้องจ่ายเงินคืนให้กับวงแชร์เท่ากับยอดเงินที่เราเขียนลงไปในกระดาษ เช่น หากเปียแชร์ได้ที่ 1,100 บาท งวดต่อมาอีก 11 งวดเราก็จะต้องจ่ายเงินคืนงวดละ 1,100 บาท ส่วนคนที่ไม่ได้เปียแชร์แต่ส่งเงินทุกงวด ๆ ละ 1,000 บาท เมื่อได้คืนก็จะได้มากกว่า 1,000 บาท ส่วนเกินก็ถือเป็นดอกเบี้ยที่ได้
ข้อดีของการเล่นแชร์ก็คือเป็นช่องทางทำให้สามารถมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อไปใช้จ่ายในธุรกิจได้ การเล่นแชร์นี้มีกฎหมายรองรับว่าสามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยมีข้อยกเว้นอยู่ว่าไม่ให้นายวงแชร์เปิดวงแชร์เกินกว่า 3 วง สมาชิกของแต่ละวงแชร์จะต้องไม่เกินกว่า 30 คน นอกจากนั้นยังมีข้อกำหนดในทุนของเงินกองกลางต่อหนึ่งงวดด้วยว่าต้องไม่เกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง
ส่วนแชร์ลูกโซ่นั้นก็มีมานานแล้วเช่นกัน เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาแชร์ลูกโซ่มีรูปแบบที่ไม่ได้ซับซ้อนอย่างเช่นในปัจจุบัน มีลักษณะใกล้เคียงกับการเล่นแชร์แบบปกติ เพียงแต่มีวงผู้เล่นจำนวนมาก มูลค่าของวงเงินในแต่ละงวดก็สูงมากเช่นเดียวกัน แต่การล้มละลายเป็นข่าวใหญ่โตของแชร์ลูกโซ่ในสมัยนั้น อย่างเช่น แชร์แม่ชม้อย หรือบริษัท กรีนแพลนเนท ก็ทำให้ประชาชนทั่วไปเริ่มขยาดกับแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่บัดนั้น
แชร์ลูกโซ่ในปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปจากการเล่นแชร์ปกติ จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีที่มาที่ไปเป็นการดำเนินธุรกิจจริง ๆ แชร์ลูกโซ่โดยมากมักมีการโฆษณาในเรื่องผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามากกว่าการฝากเงินธนาคารหรือการลงทุนในแบบอื่น ๆ ทำให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากประชาชนทั่วไปที่ต้องการผลตอบแทนตรงนี้ได้ ยิ่งช่วงเศรษฐกิจขาลงการทำมาหากินฝืดเคืองเราจะเห็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นมากันเยอะเลย
แชร์ลูกโซ่มักแฝงตัวมากับธุรกิจ 2 รูปแบบด้วยกัน ก็คือ ธุรกิจขายตรง และธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่ทุกธุรกิจขายตรงหรือซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์จะเป็นแชร์ลูกโซ่ มีเพียงบางธุรกิจเท่านั้นที่แฝงเรื่องแชร์ลูกโซ่เข้ามาโดยใช้ 2 ธุรกิจนี้บังหน้า ที่แชร์ลูกโซ่สามารถอยู่ได้และไม่หมดไปจากโลกนี้เสียทีก็เพราะความต้องการได้ผลตอบแทนมาก ๆ ของประชาชนอย่างเรานี่แหละจึงทำให้ถูกหลอกได้ง่าย เรียกได้ว่าธุรกิจประเภทนี้อยู่ได้ก็เพราะอาศัยความโลภของคนเรานี่เอง
สำหรับธุรกิจอะไรก็ตามที่มีแชร์ลูกโซ่แอบแฝงอยู่จะมีข้อสังเกต คือ มักจะไม่เน้นที่ตัวสินค้าที่จะขาย แต่จะเน้นในเรื่องของการหาสมาชิกมาเพิ่มหรือต่อยอดไปเรื่อย ๆ และมักต้องมีการจ่ายค่าสมาชิกในราคาสูงหรือหากไม่มีค่าสมาชิก ก็ต้องมีการจ่ายเงินลงทุนเริ่มแรกเป็นเงินก้อนใหญ่ก็มีผลตอบแทนให้ค่อนข้างสูง บางธุรกิจก็มีการจัดให้ผู้เข้าร่วมฟังสัมมนา ดูมีแผนงานสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเลือกจัดสัมมนาที่โรงแรมหรือสถานที่หรูหราให้เหยื่อลงเชื่อว่าบริษัทมีความมั่นคง ผลตอบแทนสูงที่ได้มักจะขึ้นอยู่กับการหาสมาชิกมาเพิ่มให้ได้

รวมถึงจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นด้วย ผลตอบแทนที่ธุรกิจนี้จ่ายให้กับสมาชิกเก่าก็มาจากเม็ดเงินลงทุนหรือค่าสมาชิกของสมาชิกใหม่นั่นเอง ไม่ได้เกิดจากการนำเงินไปลงทุนสร้างผลกำไรอย่างที่โฆษณาเอาไว้ บางธุรกิจก็หลอกให้ตายใจด้วยการให้ผลตอบแทนในช่วงแรก อาจเป็นแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นพอได้เงินจำนวนมากพอที่ต้องการแล้วแล้วก็ปิดบริษัทหรือหนีหายไปเลย

อีกรูปแบบของกลโกงแชร์ลูกโซ่ ก็คือ ใช้การซื้อขายสินค้าผ่านทางออนไลน์บังหน้า สินค้าที่เลือกมักเป็นสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีวางขายหรือเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการเป็นที่นิยม ธุรกิจเหล่านี้จะหลอกให้เหยื่อโอนเงินเป็นค่ามัดจำให้ก่อนหรือบางรายก็ให้จ่ายเงินเต็มจำนวนเลยก็มี เพื่อให้เหยื่อตายใจการสั่งสินค้าในล็อตแรก ๆ ก็จะมีการส่งสินค้าให้ตามคำสั่งดูแล้วไม่มีปัญหา เมื่อเหยื่อหลงเชื่อมีการสั่งในครั้งต่อ ๆ ไป ทั้งยังมีการชวนเพื่อนมาซื้อเพิ่มด้วย พอยอดการสั่งซื้อในล็อตหลัง ๆ มีจำนวนมากขึ้น คราวนี้ธุรกิจปิดตัวหนีหายไปเลยพร้อมกับเงินมัดจำหรือเงินจ่ายล่วงหน้า คราวนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามเงินคืนจากใคร
เป็นข่าวมาตลอดในระยะเวลาหลายต่อหลายปี เรื่องแชร์ลูกโซ่นี้ แต่เดี๋ยวก็มีมาอีกเป็นรูปแบบเดิม ๆ บ้าง เป็นรูปแบบใหม่ ๆ บ้าง ก็ยังมีเหยื่อหน้าใหม่มาหลงเชื่อให้หลอกกันอยู่เรื่อย ๆ ต้องระวัง เพราะมีคนมากมายที่ต้องสูญเสียเงินเก็บมาทั้งชีวิตมูลค่าเป็นล้านบาทไปกับกลโกงของคนพวกนี้

สำหรับวิธีที่จะสังเกตเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ก็คือ ดูที่ผลตอบแทนที่จะได้หากดูแล้วมากเกินไปจนผิดสังเกตก็ต้องสงสัยไว้ก่อน อย่าโลภมองแต่ผลตอบแทนจนลืมมองความเป็นไปได้หรือที่มาที่ไปของธุรกิจนั้นให้ดีเสียก่อน และไม่ควรหลงเชื่อหรือเกรงใจกับคนที่มาชักชวนเรา ต่อให้เป็นเพื่อนหรือญาติสนิทก็ตาม หากไม่มั่นใจต้องปฏิเสธไปก่อนเลย ยิ่งธุรกิจที่มาเร่งให้เราต้องรีบตัดสินใจในเวลาสั้น ๆ นี่ต้องอย่าไปหลงเชื่อและรีบตัดสินใจ โดยที่ยังไม่ได้ปรึกษาใครหรือศึกษาธุรกิจให้ดีก่อน เสียโอกาสไปบ้างก็ยังดีกว่าเสียเงินเสียทองจนหมดตัว
สิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่ง ก็คือ เราต้องเปิดหูเปิดตารับฟังข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวสารในเรื่องของกลโกงแชร์ลูกโซ่นี้มีต่อเนื่องมาตลอด รูปแบบก็หลากหลายต้องติดตามเพื่อให้เป็นความรู้ไว้จะได้ไม่ถูกหลอกง่าย ๆ หากไม่มั่นในธุรกิจที่จะลงทุน เราสามารถสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบความเป็นมาของธุรกิจว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่กันไว้ดีกว่าแก้

มารู้จัก FinTech กันเถอะ

FinTech คืออะไร

มารู้จัก FinTech กันเถอะ

กระแส FinTech เกิดขึ้นเรื่อยๆและรุนแรงขึ้นในประเทศไทยในช่วงเวลาไม่ถึงปี โดยเฉพาะธนาคาร, ตลาดหลักทรัพย์, บริษัทหลักทรัพย์ รวมไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่กระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย เอ๊ะ!! แล้ว FinTech มันคืออะไร? แล้วทำไมต้องรู้จัก (ถ้าไม่อ่านเดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องนะ!!)


1. FinTech คือ Financial + Technology

นั่นหมายถึง การใช้เทคโนโลยีมาช่วยบริการต่างๆด้านการเงิน ทำให้สะดวก รวดเร็วตรงใจผู้บริโภค เพราะนับวันผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงทันสมัยขึ้น
2. สาเหตุที่ต้องมี FinTech

อาจเป็นเพราะการบริการด้านการเงินแบบเก่าไม่มีประสิทธิภาพและไม่คล่องตัว เกิดช่องว่างให้ธุรกรรม FinTech มาแก้ปัญหาให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น
3. ตัวอย่าง FinTech

กลุ่มธุรกิจนี้จะใช้เทคโนโลยี เช่น การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ, การโอนและการจ่ายเงินออนไลน์ หรือผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน เช่น True Money, mPay เป็นต้น รวมไปถึงการซื้อขายหุ้นออนไลน์ (Internet Trading) ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น Stockradars, efin StockPickup, efin Mobile, Jitta, BrainBox เป็นต้น

4. จุดเด่น FinTech

ผู้บริโภคสามารถทำง่ายๆได้ด้วยตัวเอง
สะดวกและรวดเร็ว บริการทางการเงินทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
ต้นทุนค่าธรรมเนียมต่ำ
ปลอดภัยในการทำธุรกรรม

มาถึงตอนจบขอฝาก เรื่องราวธุรกรรมทางการเงินมักเปลี่ยนแปลงก้าวล้ำทันสมัย เราคงต้องตามกันให้ทัน ลูกหมูจึงต้องรีบมาเล่าสู่กันฟัง จะได้คุยกับเขารู้เรื่องนะคะ

ผู้เขียน : นฤมล บุญสนอง CFP®
รองกรรมการผู้จัดการ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด และ วิทยากรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย