สาวปาขนมจีนน้ำเงี้ยวใส่แม่ค้า มอบตัวแล้ว น้ำตาคลอขอยอมรับผิดทุกอย่าง

 

สาวปาขนมจีนน้ำเงี้ยวใส่แม่ค้า มอบตัวแล้ว น้ำตาคลอขอยอมรับผิดทุกอย่าง และจะไม่ทำอีก ส่วนความรับผิดชอบรออีกฝ่ายพูดออกมาอีกที จากกรณีที่มีลูกค้าปาขนมจีนน้ำเงี้ยวใส่แม่ค้า เนื่องจากไม่พอใจที่ได้ถุงเล็ก จนกลายเป็นกระแสโด่งดังในโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นางคำ ลุงต๊ะ แม่ค้าวัย 26 ปี ผู้เสียหาย เดินทางมาที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พร้อมกับใบรับรองแพทย์มาพบตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีต่อนางสาวนฤมล วัย 22 ปี คู่กรณี

 ด้านนางคำ เปิดเผยว่า ตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เสียไป 14,000 บาท อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังไม่สามารถทำงานได้ ต่อมาช่วงหัวค่ำ นางสาวนฤมล เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และยอมรับทุกข้อกล่าวหา เช่น ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นต้น

นอกจากนี้ นางสาวนฤมล กล่าวอีกว่า ยอมรับผิดทุกอย่าง ไม่มีข้อแก้ตัว ส่วนสาเหตุที่ปานั้น ขอไม่พูดออกมา ในเรื่องความรับผิดชอบ รอให้เขาพูดมาอีกที พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง และจะไม่ทำอีก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยมีปัญหากับคู่กรณีมาก่อนแต่อย่างใด

ที่มา : kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

 

ย้อนความแรง แม่กุญแจซอล ไล่ด่าคนที่มาเตือน – เลือกเพศตัวเองให้ถูกก่อน ไม่เบาเลยค่ะ !

 

        ย้อนความแรงของคุณแม่มุกดา คุณแม่ของ กุญแจซอล ที่เคยโพสต์ตำหนิคนที่เข้ามาเตือน บอกเลี้ยงลูกมา 25 ปี แบบนี้ จะมายุ่งเรื่องของคนอื่นทำไม ซ้ำวันแม่ยังโพสต์ ลูกบางคนก็มีดื้อบ้าง โอ้ว…แรงค่ะแรงบอกไว้ก่อน แม้ว่า กุญแจซอล ป่านทอทอง จะไม่ยอมพูดอะไรมากมายกับกรณีที่เจ้าตัวคลอดลูก แล้วทางครอบครัวสามีกีดกันครอบครัวของกุญแจซอล จนเกิดเป็นดราม่ารัว ๆ แรง ๆ และคนก็หันไปต่อว่ากุญแจซอลถล่มทลาย แต่สุดท้าย ชาวเน็ตก็ขุดเผือกกันรัว ๆ และพบว่าคุณแม่มุกดาเองก็เคยต่อว่ากุญแจซอล ทั้งบอกว่าลูกเลว สร้างภาพ วันเกิดมันเป็นวันตาย จนคุณแม่ต้องตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก

ล่าสุด (9 พฤศจิกายน 2560) ได้มีชาวเน็ตที่แคปภาพข้อความของคุณแม่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ที่คุณแม่โพสต์ข้อความว่า “บางอย่างมันเป็นเรื่องในครอบครัว คนนอกไม่เกี่ยว” ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นความขัดแย้งบางอย่างในครอบครัว โดยเฉพาะกับกุญแจซอล แล้วมีคนเข้าไปว่ากล่าวจนคุณแม่ต้องออกมาตั้งสเตตัส นอกจากนี้ คุณแม่ยังเข้าไปคอมเมนต์ว่า “ใช่ค่ะ เราเลี้ยงลูกของเราแบบนี้มาตั้ง 25 ปี ยังไม่มีเรื่องเสียหาย จะมายุ่งเพื่อ”

 

จากนั้น คุณแม่ก็ตั้งสเตตัสใหม่ติด ๆ กันว่า “เราเลี้ยงลูกมา 25 ปี ยังไม่มีเรื่องเสียหาย กรุณาดูแลตัวเองและครอบครัวของตัวเองให้ดีเถอะ อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยว ที่สำคัญ เอาตัวเองให้รอดก่อน เลือกเพศตัวเองให้ถูกก่อนที่จะมาแนะนำคนอื่น รู้ยัง”

และเมื่อตามย้อนไปดูเฟซบุ๊กในช่วงวันแม่ในปีเดียวกัน ก็จะเห็นการตั้งสเตตัสวันแม่ ที่มีข้อสะกิดใจเบา ๆ เมื่อคุณแม่พูดว่า “แม่รู้สึกภูมิใจที่มีลูก ๆ ที่เป็นเด็กดี ถึงแม้บางคนจะมีดื้อบ้าง” ซึ่งไม่รู้ว่าคุณแม่ต้องการพูดถึงใครหรือไม่

ว่าแต่นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กุญแจซอล ตัดสินใจเดินออกจากบ้าน และไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายชายหรือไม่ ต้องตามกันต่อไปจ้า

 

ที่มา :  kapook


รัรับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เทคนิคการทำ SEO วิธีเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจให้สูงสุด รับประกันอันดับทำ รับทำ seo เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด ด้วยประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

ผู้ช่วยพยาบาลสาวเปิดใจ หลังถูกทหารซ้อม-ข่มขืน ขู่ฆ่าให้หายสาบสูญ


    

     ผู้ช่วยพยาบาลสาวเปิดใจ หลังถูกทหาร ที่เป็นแฟนเก่า ซ้อม-ข่มขืน ขู่ฆ่าให้หายสาบสูญ เลิกกันแล้วแต่ยังตามราวีไม่เลิก คุกคามไปที่ทำงาน-เพื่อน จากกรณีที่เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความจากสมาชิกเพจรายหนึ่งที่ระบุว่า เป็นผู้ช่วยพยาบาล และมีแฟนเก่าเป็นนายทหาร ถูกทำร้ายร่างกาย ยึดทรัพย์สิน เอกสารสำคัญ อีกทั้งยังข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย อีกทั้งยังใช้กำลังข่มขืน และถ่ายรูปเก้บไว้ ไม่แน่ใจว่ามีคลิปด้วยไหม และยังตามราวีไม่เลิกนั้น

 เกี่ยวกับเรื่องนี้วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้สัมภาษณ์ แจง (นามสมมุติ) ผู้เสียหายดังกล่าว และทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานรณณงค์ทวงคืนความเป็นธรรมในสังคม ถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว

         แจง :  หนูอายุ 25 ทำอาชีพผู้ช่วยพยาบาล หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่ง คบกันได้ซักพักเขาชวนหนูให้มาอยู่ด้วย เพิ่งมารู้ว่าเป็นทหาร ยศร้อยตรี อายุ 51 ยินยอมคบตอนนั้นอาจด้วยความอาจหลงหรือรักเลยไปอยู่กับเขาในค่ายทหาร พอไปอยู่ได้สักพักหนึ่ง ความคิดไม่ตรงกัน อายุมันก็ห่างกัน

– เขามีลูกมั้ย ?

         แจง : มีค่ะ มีลูก 3 คนแต่เลิกภรรยาแล้ว ลูกอยู่ในบ้านนี้ 1 คน ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยทำร้ายร่างกาย แต่จะชอบใช้อารมณ์ หนูไม่ชอบที่เขาใช้อารมณ์ จนมาวันหนึ่งหนูไปรู้จักเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง ซึงหนูอยู่กับคนนี้ หนูรู้สึกว่าหนูมีความสุข ความคิดเดียวกัน ไม่เคยมาด่าว่าเรา มันก็สบายใจกว่า เขาก็ไม่พอใจ เขารู้จากการที่เขาวิดีโอคอลมาแล้วหนูอยู่กับผู้ชายคนนี้ เขาไม่พอใจ ก็จบกันวันนั้นเลย

– แล้วมีปัญหาอะไร ?

         แจง :  พอมารุ่งเช้า เขานัดให้หนูไปเคลียร์เรื่องเงิน หนูคิดว่าเงินแค่5 หมื่นหนูสามารถเคลียร์ได้ เป็นเงินที่หนูยืมให้เพื่อนค่ะหนูก็ไปค่ะ พอเข้าไปก็เหมือนคุยกันเรื่องส่วนตัว แล้วมันไม่ได้ตามที่เขาต้องการ ก็ขอเลิกแต่เขาไม่ยอมเลิก เขาก็ถาม พอไม่ได้คำตอบที่เขาคิด เขาก็ตบที่หน้าเลยค่ะเยอะมาก เรียกว่าซ้อมค่ะ แต่ไม่เตะไม่ต่อย ก็ต้องสู้ค่ะตอนนั้นจนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาโทร. ไปด่าเพื่อนชายคนนั้น หนูเลยตะโกนว่าให้มาช่วยหน่อยหนูไม่ไหวแล้ว ประมาณ 5 นาทีได้ ผู้ชายคนนั้นก็มาช่วยในค่ายทหาร คือข้าง ๆ เป็นประตูเล็ก คนนอกเข้าได้ เป็นหอพักในค่ายทหาร คนเข้ามาได้ค่ะ เพื่อนชายเขารออยู่ข้างนอก เพราะเขากลัวเราไม่ปลอดภัย เขาเลยไปเป็นเพื่อน แล้วเราก็วิ่งออกมา ไม่มีการต่อสู้ เพื่อนชายหนูจะล็อกเขาให้หนูออกมา หนูก็ไปแจ้งความ ตร.บอกว่าเป็นแค่คดีของครอบครัว ให้หนูไปเคลียร์เขาก่อนมั้ย

         ทนาย : เป็นได้ คดีครอบครัว ถึงแม้ว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็สามารถเป็นได้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งกฎหมายจะให้สิทธิ์สำหรับคดีอย่างนี้

– เขาไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้แต่งงาน ใช้คำว่าครอบครัวได้เหรอ ?

         ทนาย :  ได้ครับ เป็นแฟน มันมีกฎหมายคุ้มครองมา ไม่ต้องจดทะเบียนสมรส หรือแม้แต่กรณีการอ้างเหตุบันดาลโทสะ ยิงทิ้ง หรือไปเจอเป็นชู้กันอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสนะครับ ก็อยู่กินกันมา

– พอหนีออกมาได้ก็น่าจะจบ ?

         แจง :  ก็ไปแจ้งความ ตร.เขาให้มาเคลียร์กันก่อน ถ้าไม่ได้จริงให้หนูไปฟ้องผู้บังคับบัญชาเขา ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง หนูตัวคนเดียว หนูก็ปรึกษาเพื่อนทุกคนว่าหนูต้องทำยังไง เพื่อนก็บอกว่าให้ลองไปตามเพจนี้ดู จนวันศุกร์ค่ะ หนูมาทำงาน เขามาดักรอหนูที่รพ. เขาก็มาขอเคลียร์เรื่องเงินอีกรอบ ตอนนี้ส่งเรื่องที่เพจแหม่มโพธิ์ดำแล้ว เขาก็ขอเคลียร์เรื่องแยกทางกันอีกรอบ พอเคลียร์ไม่ได้เขาก็ตบหนูที่รพ. คนเห็นเยอะเลย ตรงนั้นเป็นโอพีดี

– มีกล้องวงจรปิดจับภาพ ?

         แจง :  น่าจะมีค่ะ แต่ยังไม่ได้ขอค่ะ เหตุการณ์เพิ่งเกิด

         ทนาย :  ทำแบบนี้ไม่ได้นะ นี่เรื่องใหญ่นะ สถานที่ราชการนะ

         แจง :  เข้าไปตบปุ๊บเขาก็ขู่ว่าเขาสามารถเอาหนูออกจากงานได้ ซึ่งงานกว่าหนูจะได้ ตอนนั้นหนูคิดว่าแค่ไม่ได้ เขาก็ลูบกระเป๋าว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด เขามีปืนในกระเป๋าสะพาย เขาบอกว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่หนูคิด ถ้าไม่อยากตายในรพ. ก็ให้ไปกับเขา

         ทนาย :  พูดกลางห้องเลยเหรอ

         แจง :  พูดกลางห้องค่ะ แต่ไม่ได้เสียงดังมาก เขาบอกว่ามึงอย่าคิดนะว่ากูทำอะไรไม่ได้ กูทำอะไรได้มากกว่าที่มึงคิด ถ้ามึงไม่อยากตายกลางรพ.มึงก็ไปกับกู ไปคุยกับกูที่กรม หนูก็ต้องไป หนูต้องเอาชีวิตหนู

– ไปถึงแล้วเป็นยงไง ?
         แจง :  เขาก็เคลียร์เรื่องนี้ สรุปแยกทางกันอีกรอบ เขาบอกว่ารถเขาจะไม่คืน ถ้าจะไปก็ต้องไปแต่ตัววันแรกที่เข้าไปเคลียร์เขายึดทุกอย่างของหนูไปหมดเลย เขาบอกว่าให้หนูไปได้แต่ตัว วันนั้นมันเอาไม่ได้เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ให้ รถเป็นชื่อหนู จ่ายเอง ผ่อนเองหมดเลย ดาวน์เอง ไม่มีเงินเขาสักบาท

– นายทหารล่วงละเมิดทางเพศถ่ายคลิป ขู่จะฆ่าให้ตาย วันที่ 4 คืนวันเสาร์เขาพูดยังไง ?

         แจง :  ก็ดูข่าวน้องน้ำที่ฆ่าฝังศพ เขาบอกว่าถ้าหนูหนีเขาไปเขาจะไม่ฆ่าฝังศพอย่างนี้แน่นอน แต่เขาจะทำยังไงก็ได้ให้ศพหนูหายไปภายใน 7 วัน ซึ่งระบุมาว่าเขาจะเอาไปทิ้งในบ่อจระเข้ ตอนนั้นหนูก็รู้สึกระแวงว่าเขาจะฆ่าหนู เขาจะทำอะไรหนูก็ได้เพราะหนูอยู่กับเขา พอวันอาทิตย์หนูก็ทำทุกอย่างให้เป็นปกติเพื่อให้รู้ว่าหนูไม่หนีไปจากเขาแน่นอน จนมาถึงวันจันทน์หนูก็ไปทำงานโดยขับมอเตอร์ไซค์ของเขาไปที่รพ. แล้ววันนั้นหนูมานั่งคิดว่าหนูอยู่อย่างนี้ไม่ได้ เพราะหนูต้องมานั่งระแวงตลอดเวลา หนูเลยตัดสินใจออกจากรพ. ไปปรึกษาที่สน. โดยนำใบแจ้งความไป ตอนั้นเขาไม่ได้ตามเขาคิดว่าหนูไปทำงาน เพราะเขามีคลิปอยู่ในมือ หนูต้องกลัวเขา สน.แนะนำให้ไปร้องเรียนที่ทำเนียบ สน.แจ้งว่าเป็นเรื่องของครอบครัว หนูไปอีกสน.หนึ่ง เขาบอกว่าถ้าอยากให้เรื่องเร็วลองไปร้องเรียนดู หนูก็ไปร้องค่ะ

– ตอนนี้มีผลอะไร ?

         แจง :  เจ้าหน้าที่แจ้งว่า 15-30 วันซึ่งหนูคิดว่ามันนานเกินไป ความปลอดภัยในชีวิตหนูตอนนี้ก็ไม่มีแล้วเพราะเขารู้แล้วว่าหนูออกจากเขามาแล้ว

– วันนี้จะทำยังไง เมื่อวานอยู่ยังไง ?

         แจง :  อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาก็โทร. แต่หนูบล็อกเบอร์ ตอนนี้ก็อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยากได้รถคืนเพราะเป็นชื่อหนู หนูดาวน์ หนูผ่อน

– ทีมงานได้ติดต่อ เขาบอกว่าเขาไมรู้เรื่องนี้เลย เกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็บอกว่ารถถ้าจะมาเอาก็ให้มาเอา ?

         แจง :  ก่อนหน้านี้เขาพูดเลยว่าเขาไม่ให้ หนูไม่ทราบว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ไห้เพราะสะใจหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เขาปรึกษาลูกคนโต อายุ 32 บอกว่าไม่ให้ ถ้าให้มันก็หนีจากพ่อไป พ่อจะให้มันทำไม


– คุณทนายบ้าง จะทำยังไง ?

         ทนาย :  ฟังดูแปลกๆ คือเหมือนน้องมีบางอย่างที่ปิดบังไว้ ไม่รู้เรื่องอะไร ที่พูดมามีความจริงแค่ไหนบ้าง ต้องดูพยานหลักฐานด้วยนะ คุณไปตีกันในรพ. คิดว่ารพ.ยอมเหรอ ทำไมไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กันตอนนั้น

         แจง :  ตอนนั้นเขาเอาหนูไป หนูก็ไม่ได้ไปไหนอีกเลย

         ทนาย :  รพ.ไม่เอาเรื่องเหรอ

         แจง : ตรงนั้นมีแต่คนไข้ค่ะ

         ทนาย :  ทำไมรพ.ไม่เอาเรื่องในเมื่อมีคนไข้ พยาบาลก็ต้องเห็นสิ

         แจง :  หนูก็ไม่ทราบค่ะ

         ทนาย : เรื่องรถต้องบอกก่อนถ้าในเรื่องทรัพย์สิน ถ้าเป็นของเขา คนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้นะ คุณเอาของเขาไปก็ต้องเอามาคืน ถ้าไม่มาคืนมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์แล้วแต่พฤติการณ์ ในคดีนี้ที่บอกว่าทำร้ายร่างกาย ถ้าทำร้ายรางกายจริง ผลตรวจร่างกายต้องมี

– แล้วมีมั้ย ?

         แจง : วันที่ต้องไปตรวจร่างกาย เขาไปตามหนูที่รพ. หนูไม่สามารถตรวจร่างกายได้ เพราะหนูไม่ได้ตรวจที่รพ.ที่หนูทำงาน หนูไปตรวจที่รพ.อีกรพ.หนึ่ง

– สรุปตรวจหรือไม่ตรวจ ?

         แจง : วันนั้นไม่ได้ตรวจค่ะ ตอนนี้ก็ไม่ได้ตรวจเหมือนกัน

         ทนาย :ไม่ได้ไปตรวจร่างกายเลยว่าได้ไปทำร้ายจริงหรือเปล่า

         แจง :  แต่ได้ไปทำเรื่องแล้วค่ะ

         ทนาย : แต่ไม่เคยตรวจเลย มันก็ไม่รู้ว่าถูกทำร้ายจริงหรือเปล่าไง มันต้องมีการตรวจร่างกาย  ต้องมีหลักฐานพยานยืนยัน เราจะไปว่ากล่าวใคร ตามกฎหมายต้องมีหลักฐาน คุณถูกทำร้ายร่างกายจริงมั้ย ถูกข่มขืนจริงมั้ย มีร่องรอยการร่วมเพศจริงมั้ย  ผมว่าในประเด็นแบล็กเมล์และถ่ายคลิปเป็นเรื่องใหญ่นะ

– เรื่องเกิดวันเสาร์ วันนี้วันพุธ ไปตรวจวันนี้ทันมั้ย ?

         ทนาย :  ทัน

         แจง :  หลังจบรายการไปได้เลยค่ะ

– เรื่องรถนี่ยังไง ?

         ทนาย :  เรื่องรถต้องเอามาคืนเขาเพราะเป็นชื่อเขา ส่วนจะไปเอาเงินดาวน์อะไรจากใครไม่รู้ แต่ต้องเอามาคืนเขา ไม่คืนก็ติดคุกสิครับ ส่วนที่ลูกชายเขาพูดผมว่าฟังดูแปลก ๆ นะ ทำไมต้องพูดแบบนี้ แสดงว่าที่มาของรถคันนี้แปลก ๆ แล้ว

         แจง :  ไม่แปลกค่ะ เป็นเงินของหนูหมดทุกบาท หนูดาวน์เอง ผ่อนเองทุกงวด

– เขาอ้างได้มั้ยว่าไปจอดทิ้งไว้แล้วไปเอาเอง ?

         ทนาย :เขามีพยานบุคคล เพื่อนชายเขาก็ไป ไอ้ที่ไปล็อกคอวิ่งหนีออกมาไม่มีคนเห็นเลยเหรอ

         แจง :  มันเป็นแฟลตค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงทำงาน มันอาจจะมีกล้องตรงนั้นก็ได้

         ทนาย :ได้บอกตร.ให้ไปเอากล้องมั้ย

         แจง :  ตร.บอกหนูให้ไปบอกผู้บังคับบัญชาเขาก่อน

         ทนาย :ได้ติดต่อหรือยัง

         แจง :  หนูไม่ทราบว่าหนูต้องไปติดต่อยังไง หนูเลยยังไม่ได้ไปติดต่อ

         ทนาย :  เรื่องไม่ยอมคืนรถเรื่องเล็กกว่าข่มขืนอีกนะ ข่มขืนโทษหนักกว่านะ ถึงจะอยู่ด้วยกันก็จริง แต่สภาวะตอนนั้นจะเป็นแฟนมั้ยล่ะ ไปต่อยที่รพ.อย่างนี้

– ข้อกฎหมายบอกว่าสามีข่มขืนภรรยายังผิด ?

         ทนาย : ก็ผิดไงครับ อันนี้ไม่ใช่สามีภรรยา เป็นแฟน แล้วก่อนหน้าที่จะมีอะไรกัน มีการบังคับ พยานหลักฐานก็มี

– แบบนี้ดูในมุมทนาย คิดว่าไหวมั้ยถ้าวันนี้เขาจะมีข้ออ้าง ?

 ทนาย :  คดีทางเพศนี่ผู้หญิงได้เปรียบนะ ผู้ชายจะซวย ถ้าเป็นนายทหารจริง ๆ เผลอ ๆ เคสนี้ออกจากราชการนะครับ ผมเลยงงว่าทำไมไม่เอาทรัพย์สินมาคืนเขา จะได้จบ ๆ กันไป

– สุดท้ายจะเอายังไงต่อไป ?

         แจง : หนูอยากได้รถหนูคืน เพราะหนูต้องมานั่งผ่อน หนูลำบากเวลาต้องไปไหนต่อไหน หนูไม่อยากให้เขามาวุ่นวายชีวิตและคนรอบข้างหนู โทร.ไประรานเพื่อน หาเพื่อนตลอดเลย ตอนนี้เพื่อนเครียดมากเลย

 

     

ที่มา :  โหนกระแส


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เทคนิคการทำ SEO วิธีเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจให้สูงสุด รับประกันอันดับทำ รับทำ seo เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด ด้วยประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

   

ฮือฮา เอมี่ กลิ่นประทุม ขอโชว์ความแซ่บท้าลมหนาว

ฮือฮา เอมี่ กลิ่นประทุม ขอโชว์ความแซ่บท้าลมหนาว

     เพราะแบบนี้หรือเปล่า เอมี่ กลิ่นประทุม ถึงยังไม่ยอมมีลูกสักที หลังจากแต่งงานกับสามี ซี ศิวัฒน์ มานาน เพราะส่องดูรูปร่างของเอมี่ยังสวยเป๊ะมากๆ แถมยังเป็นดาราที่หน้าเด็กมากด้วย และต้องบอกว่าเอมี่สวยซ่อนรูปจริงๆ  ล่าสุดกับทริปไปเที่ยวพักผ่อนซึ่งเอมี่เอ่ยปากว่าอยากขอแซ่บบ้าง กับภาพใส่บิกินี่สีดำนั่งและนอนโพสต์ในสระว่ายน้ำ โดยฝีมือการถ่ายรูปของสาวที่เซ็กซี่ไม่แพ้กันอย่างเอมมี่ มรกต“วันนี้ป้าอยากจะแซ่บ …#แก่แล้วให้ป้าบ้างเถอะ photo by @aimeemorakot #ช่างภาพน้องน้องใหญ่อมาตย์นะจ๊ะ”

รูปนี้ฮือฮามากมีแต่คนเข้ามาคอมเม้นท์ชมว่าเอมี่หุ่นดีมาก รวมถึงเพื่อนดาราหลายคนที่เข้ามาชมกันไม่ขาดสาย หุ่นเป๊ะอกเป็นอก เอวเป็นเอว สมกับเป็นสาวรักสุขภาพออกกำลังกายจริงๆ เอมี่ กลิ่นประทุม

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

 

เพจพลังใจถึงชายแดนใต้ ยอมใจ “ตูน” วิ่งผ่าน Red Zone

เพจพลังใจถึงชายแดนใต้ ยอมใจ “ตูน” วิ่งผ่าน Red Zone

      นอกจากจะได้รับเสียงชื่นชมในการออกวิ่งจากใต้สุดแดนสยาม ไปยังเหนือสุด อ.แม่สายเพื่อรับบริจาคเงิน จัดซื้อเครื่องมือให้โรงพยาบาล 11 แห่ง ยังมีเสียงยกย่องให้ความมุมานะของตูน บอดี้สแลม ตามมาด้วย เข้าสู่วันที่ 3 วันกับการวิ่งของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ศิลปินยอดนิยม ที่จัดโครงการ ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดย 3 วันแรกนี้ ตูน บอดี้สแลม และทีมงาน ออกวิ่งจากป้ายใต้สุดแดนสยาม ที่อ.เบตง จ.ยะลา ลัดเลาะมาถึง อ.บันนังสตาแล้ว โดยหนึ่งในจุดที่ “ตูน” และคณะวิ่งผ่าน คือ บ้านตาเนาะ ปูเต๊ะ ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง

โดยเพจ “พลังใจถึงชายแดนใต้” ได้นำภาพขณะ ตูนและทีมงานวิ่งมาลงไว้พร้อมข้อความว่า “ตาเนาะปูเต๊ะ” ตำรวจ-ทหาร ตรึงกำลังตลอดทาง … ยอมใจพี่ตูนครับ ใครอยู่ในพื้นที่จะทราบกันดีว่า โซนตรงนี้ ขึ้นชื่อเลยว่า เป็น RED ZONE ที่อันตรายมากๆ โซนหนึ่งจากในอดีต แม้ปัจจุบัน จะเบาบางและลดระดับลงมามาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ฝากให้กำลังใจ ตูน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้อำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม ซึ่งในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ส่งทหาร ตำรวจ มารักษาความปลอดในเส้นทางที่ตูนและคณะวิ่งผ่าน

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

ลองใจจนเจอดี สาวให้แฟนไปจีบเพื่อน ทดสอบความซื่อสัตย์ สุดท้ายจบที่การจูบ

 

สาวลองใจเพื่อน ขอทดสอบความซื่อสัตย์ ให้แฟนหนุ่มไปลองจีบ ผลสุดท้ายจบลงที่การจูบ ฝ่ายสาวนั่งดูถึงกับอึ้ง โทร. ไปอาละวาดใส่แฟนหนุ่ม… ที่คุยกันไว้ไม่ใช่แบบนี้ ! เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปวิดีโอจากแชนแนล To Catch A Cheater ในเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งทำคลิปวิดีโอปฏิบัติการทดสอบความซื่อสัตย์ โดยก่อนหน้านี้หลายคลิปได้ทำการทดสอบความซื่อสัตย์ของคนรัก แต่ครั้งนี้ เป็นการทดสอบความซื่อสัตย์ระหว่างเพื่อน โดยฝ่ายหญิงได้ให้แฟนหนุ่มไปลองใจเพื่อนสาว เพื่อดูว่าเธอจะสานความสัมพันธ์กับแฟนของเพื่อนหรือไม่หากมีโอกาส แล้วสุดท้ายสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจริง แถมมีเซอร์ไพรส์ไปอีก…

เคลซีย์ และแซม แฟนหนุ่ม ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทดสอบในครั้งนี้ โดยสร้างสถานการณ์ให้แซมไปเจอกับบริทนีย์ เพื่อนสาวคนสนิทของเคลซีย์ ซึ่งบริทนีย์เองก็ทราบดีว่า แซมเป็นแฟนหนุ่มของเคลซีย์ ส่วนเคลซีย์นั้น นั่งดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านทางมอนิเตอร์ภายในห้อง โดยเคลซีย์เผยว่า บริทนีย์ก็เหมือนหญิงสาวทั่ว ๆ ไป ตอนนี้เธอก็มีหนุ่มที่คุย ๆ อยู่บ้าง

สถานการณ์เริ่มต้นขึ้น เมื่อแซมทำทีว่าบังเอิญไปเจอกับบริทนีย์ที่ร้านกาแฟ จึงเข้าไปทักทายและนั่งพูดคุยด้วย จากนั้นแซมก็เข้าประเด็นเรื่องปาร์ตี้ ถามบริทนีย์ว่าเธอจะไปไหนในงานวันฮาโลวีน จากนั้นแซมก็เริ่มบทสนทนาในเชิงชู้สาวมากขึ้น โดยเขาบอกว่าแอบไปส่องเฟซบุ๊กของเธอมา แล้วก็ถามว่าเธอว่า อยากได้ของขวัญอะไรในวันเกิด บริทนีย์บอกอยากได้เค้กช็อคโกแลต จากนั้นทั้งคู่ก็มีการหัวเราะกันคิกคักชอบอกชอบใจ

แซมเริ่มถามบริทนีย์ต่อว่า เธออยากจะไปฉลองวันเกิดของเธอกับเขาแบบสองต่อสองไหม จากนั้นบทสนทนาก็เริ่มลึกซึ้งขึ้น บริทนีย์ตอบตกลงแซม โดยบอกว่า เธอไปได้ตราบใดที่เขาไม่ชวนเพื่อนแปลก ๆ ของเขาที่ชอบส่งรูปอวัยวะเพศมาให้เธอดู จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องขนาดของอวัยเพศ ก่อนจะจบลงด้วยการที่แซมบอกกับบริทนีย์ว่า เขาจะโชว์ของของเขาให้เธอดูในวันเกิดของเธอ ก่อนบริทนีย์จะตอบกลับว่า “โชว์ของลับของคุณให้ฉันในวันเกิดเหรอ คุณทำได้ดีที่สุดที่สุดแค่นั้นเหรอ… แล้วคุณต้องการให้ฉันเป่าเทียนด้วยหรือเปล่า” พร้อมทั้งได้บอกว่า ให้ไปที่เตียงของแซม เธออยากจะดูว่าทำไมเคลซีย์ถึงได้หลงเขานัก

 

ระหว่างบทสนทนาแซมได้เอื้อมมือไปจับที่ต้นขาของบริทนีย์ เธอเลยจับมือของเขาบ้าง พร้อมกับชมว่ามือของเขานุ่มจัง พร้อมทั้งตัดพ้อว่า เขาเป็นแฟนกับเคลซีย์ เธอจะหาแฟนแบบเขาได้จากที่ไหนบ้าง ก่อนแซมจะตอบกลับว่า เขามีแผนที่จะเลิกกับเคลซีย์ ซึ่งประโยคนี้เองทำให้เคลซีย์ที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับตกใจมาก เกิดความไม่พอใจและรีบถามผู้จัดรายการว่าได้บอกให้แซมพูดแบบนั้นหรือไม่

ขณะนั้น แซมยังคงเล่นตามเกมต่อไปด้วยการ ถามบริทนีย์ว่า ถ้าเขาเลิกกับเคลซีย์ เธอจะคบกับเขาไหม ซึ่งบริทนีย์ให้คำตอบว่า “ฉันขอคิดดูก่อน ก็อาจจะ” พอถึงจุดนี้ เคลซีย์ไม่สามารถทนต่อไปได้อีก เธอขอให้ทางรายการหยุดการดำเนินการ เพราะเธออยากจะโทรศัพท์ไปหาแซม แต่แล้วจู่ ๆ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแซมและบริทนีย์โน้มตัวไปจูบกันอย่างดูดดื่ม

เคลซีย์อารมณ์เดือดขั้นสุด สบถด่าออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกดโทรศัพท์ไปหาแซม แล้วต่อว่าในสิ่งที่เขาทำ โดยแซมบอกว่า คิดว่าเธอต้องการแบบนี้ แต่เคลซีย์บอกว่า มันมากเกินกว่าที่ตกลงไว้ ซึ่งแซมตอบกลับว่า มันเป็นความผิดของเธอ เธอเป็นคนที่ต้องการทำสิ่งนี้เอง และนั่นก็เป็นเหตุให้เคลซีย์โมโหจนควบคุมสติไม่อยู่ กลับกลายเป็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เธอโกรธและโมโหใส่แซมมากกว่าบริทนีย์เสียอีก

 

 

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

เจนี่ แอบเซ็กซี่เบาๆ ร่วมแจมเที่ยวทะเลกับครอบครัวนานา

เจนี่ แอบเซ็กซี่เบาๆ ร่วมแจมเที่ยวทะเลกับครอบครัวนานา

       เป็นมิตรภาพที่ยาวนานมากๆ สำหรับสองสาวเพื่อนซี้ เจนี่ นานา เพราะไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นกับทั้งคู่ ก็จะเห็นมีกันและกันมาตลอด โดยเฉพาะเจนี่ที่ตอนนี้ยังคงครองความโสด พอมีเวลาว่างก็จะมักจะมาอยู่ที่บ้านของนานา มาเล่นกับหลานรัก บรู๊คลิน บีน่า รวมถึงทริปล่าสุดที่เจนี่แพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกับครอบครัวนานา

เจนี่หรือน้าเจี๊ยบทำหน้าที่เลี้ยงดูหลานๆ และปล่อยให้นานาได้มีเวลาสวีทกับสามี พี่เวย์ ไทเทเนี่ยม เรียกว่าเป็นทริปที่ดูแล้วแฮปปี้มากด้วยกันทั้งคู่

และเจนี่ที่ไม่พลาดโชว์ความเซ็กซี่บนเรือเบาๆ ในขุดว่ายน้ำ และยังโชว์หน้าสด เผยความหน้าเด็กอีกเช่นเคย

 

ที่มา : sanook


รับทำSEO บริการดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

คลังสั่งสอบนายแบบ “บัตรคนจน” แฮชแท็ก #อ้ายมีเหตุผล มาแรง

คลังสั่งสอบนายแบบ "บัตรคนจน" แฮชแท็ก #อ้ายมีเหตุผล มาแรง

       กรมบัญชีกลางสั่งตรวจสอบปมดราม่า นายแบบหนุ่มถือบัตรคนจน ทั้งที่มีชีวิตหรูหรา กินดีอยู่ดี ขณะที่โซเชียลพากันขุดคุ้ยย้อนหลัง ทำให้แฮชแท็ก #อ้ายมีเหตุผล ติดเทรนด์ฮิตระดับประเทศ (30 ต.ค.) จากกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายของนายแบบหนุ่มคนหนึ่งที่มีการถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นไลฟ์สไตล์ของตัวเอง นั่งอยู่ภายในร้านกาแฟชื่อดัง พร้อมกับวาง “บัตรคนจน” หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไว้ข้างๆ โทรศัพท์มือถือราคาแพงและนาฬิกาสมาร์ทวอช ที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า กินดีอยู่ดีเช่นนี้ เหตุใดยังสามารถถือบัตรคนจนได้?

ล่าสุด น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้รับรายงานในกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมกับนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อน เนื่องจากภาพที่เปิดเผยว่าระบุชื่อบนบัตรไม่ชัดเจน หากว่าตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวไม่เข้าข่ายที่จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทางการก็จะดำเนินการระงับสิทธิในบัตรนั้นโดยทันที

ทั้งนี้ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงขั้นตอนการตรวจสอบผู้จะได้รับัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นหน้าที่ของสำนักงานนโยบายทางเศรษฐกินการคลัง หรือ สศค. ซึ่งจะคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่เข้าข่ายและเหมาะสมกับการได้รับสิทธิ ซึ่งจะประกอบด้วย
1. เป็นผู้ที่ได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขผู้ที่มีสิทธิได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
2. มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
3. เป็นผู้ว่างงาน หรือ หรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4. ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร, สลากออมสิน, สลาก ธ.ก.ส., พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท
5. ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย

ขณะที่ นายแบบหนุ่มคนดังกล่าว แม้จะได้ลบโพสต์เจ้าปัญหาดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ก็ยืนยันสถานะของตัวเองว่า เป็นเพียงคนบ้านนอกที่เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง ฐานะที่บ้านยากจนจริงๆ และพร้อมจะให้ตรวจสอบสถานะการเงิน ปัจจุบันยึดอาชีพรับรีวิวสินค้าทางโซเชียลเท่านั้น ส่วนที่โพสต์ชีวิตหรูหรา กินดีอยู่ดีนั้น บางครั้งก็ไม่ได้ซื้อเอง ไปกับเพื่อนๆ ก็จะขอมาถ่ายโพสต์ลงโลกออนไลน์

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้สำเร็จกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีดังกล่าว พบว่ายังคงแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ แฮชแท็กคำว่า #อ้ายมีเหตุผล ซึ่งถึงแม้จะเป็นชื่อเพลงของนักร้องลูกทุ่งหนุ่มชื่อดัง แต่กลับกลายเป็นว่าถูกนำมาใช้เปิดโปงนายแบบหนุ่มในกรณีอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน มีการขุดคุ้ยข้อความเก่าๆ รวมทั้งภาพไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในบางครั้งก็พบว่าเป็นการหยิบเอารูปคนอื่นมาโพสต์เป็นชีวิตของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวก็ยังคงมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา หลายคนมองว่าเป็นจุดบอดของโครงการถือบัตรคนจน เพราะกรณีนี้อาจเป็นเพราะว่า นายแบบหนุ่มทำงานฟรีแลนซ์ ไม่มีงานประจำ ทำให้ไม่อาจจะตรวจสอบสภาพคล่องและการรับ-จ่ายเงินได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังพบว่าเมื่อปีที่แล้ว นายแบบคนดังกล่าวก็เคยถูกขุดคุ้ย หรือภาษาในโลกออนไลน์เรียกว่า “จับโป๊ะ” มาแล้วครั้งหนึ่งด้วย

ที่มา :  sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

 

นศ.จีนครวญ ขึ้นบันไดกว่า 326 ขั้น! หอบแฮกกว่าจะถึงคณะ

นศ.จีนครวญ ขึ้นบันไดกว่า 326 ขั้น! หอบแฮกกว่าจะถึงคณะ

     นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนครวญ ต้องขึ้นบันไดถึง 326 ขั้นกว่าจะไปถึงคณะ เหตุตั้งอยู่บนเขา แซวปนบ่น…เดินจนจะผอมแล้ว สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า มีคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน เนื่องจากถูกสร้างตั้งอยู่บนภูเขา ดังนั้นทุกวันบรรดานักศึกษาจึงต้องเดินปีนขึ้นบันไดกว่า 326 ขั้น ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วง ใช้เวลาเฉลี่ยราว 10 นาทีกว่าจะไปถึงชั้นเรียน ทำเอาเหนื่อยกระหืดกระหอบกันทั่วหน้า

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีนักศึกษาพากันบ่นปนแซวว่า ทุกวันนี้ไปเรียนรู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขาไปแสวงหายาอายุวัฒนะ บ้างบอกว่าเหมือนร่างกายจะผอมทุกนาที นอกจากนี้ เนื่องจากบันไดที่ใช้ขึ้นไปยังคณะนั้นมีจำนวนมาก ระยะทางก็ค่อนข้างไกลกว่าจะไปถึงห้องเรียน บรรดานักศึกษาที่พากันเดินขึ้นไปเรียนจึงเปรียบบันไดสุดโหดนี้ว่าเป็น “บันไดสวรรค์” อีกด้วย

 

ที่มา :   sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

เผยภาพหาชมยาก พราหมณ์สยายผม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.8

             เผยภาพหาชมยาก พราหมณ์สยายผม ในริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จารีตโบราณในการไว้ทุกข์ของพราหมณ์ราชสำนัก ที่สุดของความอาดูร วันที่ 22 ตุลาคม 2560 ภายในเฟซบุ๊ก อ.จวง ปารมี ไวจงเจริญ อาจารย์สอนสังคมและประวัติศาสตร์ ได้เผยแพร่ภาพหาชมยากและดูแปลกตา สำหรับภาพของกลุ่มพราหมณ์สยายผม ที่เดินอยู่ร่วมริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทั้งที่ตามปกติแล้วพราหมณ์มักจะไว้มวยเรียบร้อยไม่ปล่อยให้ผมสยายเช่นนี้
พร้อมกันนี้ อ.จวง ได้อธิบายภาพพราหมณ์สยายผมนี้ว่า การปล่อยผมสยายเช่นนี้เป็นจารีตการไว้ทุกข์ของพราหมณ์ราชสำนัก ที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ระบุว่า กลุ่มพราหมณ์ที่สยายผมเดินตามกระบวนแห่เชิญพระบรมศพนี้ มีชื่อเรียกว่า นาลิวัน โดยในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก็คงจะได้เห็นกลุ่มพราหมณ์เหล่านี้เดินสยายผมอยู่ร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อีกครั้ง

 

ที่มา :  อ.จวง ปารมี ไวจงเจริญ, royin.go.th, m-culture.go.th


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO