โน้ตบุ๊ก ถู๊ก… ถูก ซื้อมาใช้งานอะไรได้บ้าง

เปิดฉากแล้วครับงาน Commart Joy 2016 งานใหญ่กลางปี ที่คงรูปแบบการจัดงานเน้นขายกันเหมือนเดิม ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23-26 มิ.ย.59 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โน้ตบุ๊กกลุ่ม Entry Level หรือระดับล่างสุด สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน และผู้ที่ใช้งานจนไม่ต้องการออปชันเวอร์ๆ อะไรอีกแล้ว (สูงสุดคืนสู่สามัญ) เป็นกลุ่มโน้ตบุ๊กที่ถือว่ามีความต้องการของตลาดมากที่สุด และมีการแข่งขันกันรุนแรงมาก และแม้ว่ามันจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊กระดับล่าง แต่ประสิทธิภาพของมันก็ไม่ได้กระจอกอย่างที่หลายๆ คนคิดหรอกนะครับ ใครที่สนใจของคุ้มๆ แบบนี้ต้องติดตามกันดูครับว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

แม้ว่าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะเติบโตอย่างก้าว กระโดด แต่หลายคนที่พยายามจะเปลี่ยนเอาแท็บเล็ตมาใช้แทนโน้ตบุ๊กคงได้ค้นพบความจริง ที่ว่า แท็บเล็ตนั้นมันทำงานทดแทนได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งคนที่ใช้งานจริงๆ สุดท้ายก็ต้องไปหาซื้อโน้ตบุ๊กมาใช้งานอีกเครื่องอยู่ดี เพียงแต่อาจจะเอาแค่รุ่นพอใช้งานได้ ในราคาเบาๆ เท่านั้นเอง

โน้ตบุ๊กกลุ่ม Entry Level หรือระดับล่างสุด สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน และผู้ที่ใช้งานจนไม่ต้องการออปชันเวอร์ๆ อะไรอีกแล้ว (สูงสุดคืนสู่สามัญ) เป็นกลุ่มโน้ตบุ๊กที่ถือว่ามีความต้องการของตลาดมากที่สุด และมีการแข่งขันกันรุนแรงมาก และแม้ว่ามันจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊กระดับล่าง แต่ประสิทธิภาพของมันก็ไม่ได้กระจอกอย่างที่หลายๆ คนคิดหรอกนะครับ ใครที่สนใจของคุ้มๆ แบบนี้ต้องติดตามกันดูครับว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

โน้ตบุ๊ก ถูกและดี มีแน่นอน

สำหรับโน้ตบุ๊กระดับ Entry Level หรือระดับเริ่มต้น (ล่าง) นั้นจะหมายถึงโน้ตบุ๊กที่มีราคาไม่เกิน 15,000 บาท และอาจจะต่ำลงไปถึงรุ่นราคาไม่เกินหมื่นบาทก็ยังมี ซึ่งสามารถตอบสนองการใช้งานทั่วไปอย่างที่หลายๆ คนต้องการได้ เช่น การทำงานเอกสาร เล่นเกมนิดหน่อย เล่นอินเทอร์เน็ต รวมถึงงานระดับสูงอย่างการตัดต่อวิดีโอพื้นฐาน ทำงานกราฟิกก็สามารถทำได้เช่นกัน ถ้ารอได้หน่อย

นอกจากนี้ โน้ตบุ๊กราคาถูก ยังมาพร้อมกับออปชันที่ค่อนข้างครบ ทั้งการเชื่อมต่อ WiFi, Bluetooth, LAN และ USB 3.0 ซึ่งแทบจะไม่แตกต่างจากรุ่นที่มีราคาสูงๆ เลย นอกจากดีไซน์และคุณภาพวัสดุเท่านั้น แม้แต่การ์ดจอแยก และ SSD ก็ยังมีให้เห็นในโน้ตบุ๊กราคาประหยัดบางรุ่นเช่นเดียวกัน

เช่นเดียวกับตลาดของแท็บเล็ตและสามาร์ทโฟน เมื่อเราเอาราคาเป็นที่ตั้ง เราจะพบว่าในช่วงราคา 15,000 บาทลงไป มีโน้ตบุ๊กหลายรุ่น หลายแบบให้เลือก ไม่เพียงแค่ดีไซน์ที่แต่ละแบรนด์ออกแบบมาให้แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ได้ถึง 3 กลุ่มหลักด้วยกัน เรามาดูกันว่ามีกลุ่มไหนที่ตรงกับความต้องการของคุณบ้าง

รุ่นมาตรฐาน 14-15 นิ้ว

ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด แม้ว่าหลายคนจะบ่นถึงความหนักและลำบากในการพกพาหรือแบกไปไหนมาไหน แต่เราก็ยังเลือกโน้ตบุ๊กขนาดราวๆ 14-15 นิ้วกันเป็นหลัก ด้วยเหตุผลเรื่องการใช้งานที่ดูเหมาะสมดี ทั้งขนาดตัวเครื่อง ขนาดคีย์บอร์ดที่พิมพ์ถนัดมือ และขนาดหน้าจอที่ไม่เล็กจนเกินไปนัก

สำหรับโน้ตบุ๊กในกลุ่มนี้ แทบทุกแบรนด์จะมีรุ่นหรือตระกูลที่ออกแบบมาสำหรับเอาใจคนชอบของราคาถูกหรือ ความคุ้มค่าสูงๆ โดยจะเน้นไปที่วัสดุที่ดูเรียบๆ ไม่ได้สวยงามหวือหวาอะไร บางรุ่นกลับดูทื่อ วัสดุดำๆ ด้านๆ ดูไร้ราคาเหมือนกับไม่ตั้งใจออกแบบมาซะงั้น แต่เอาเป็นว่าใช้งานได้พอ เรื่องของดีไซน์นี้คงต้องยกให้ผู้ซื้อเป็นคนตัดสินใจเองมากกว่า ว่าถูกใจแบบไหนก็ซื้อแบบนั้น เป็นความชอบส่วนตัว

ส่วนเรื่องสเปกนั้น ก็จะมีตั้งแต่แบบที่เน้นความประหยัดมากๆ คือซีพียู Core i3 ซึ่งถือว่าประสิทธิภาพโอเคอยู่นะ หรืออาจจะเน้นประหยัดลงไปโดยใช้ Pentium Dual Core หรือ Celeron ก็มี ราคาอยู่ในช่วง 11,000 บาท บวกลบไม่เกินพัน และบางช่วงมีโปรฯ ดีๆ อาจจะได้ราคาต่ำกว่าหมื่น หรือก็คือ 99xx บาทโดยประมาณนั่นเอง… ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ขยับขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นซีพียู Core i3 เหมือนกัน แต่เสริมมูลค่ามาด้วย “การ์ดจอแยก” รุ่นต่ำๆ ซึ่งดีกว่าแบบออนบอร์ดเล็กน้อย แต่ในความรู้สึกของคนซื้อกลับรู้สึกว่าแรงขึ้นมากอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากจะแอบเล่นเกมโหดขึ้นมาอีกนิดนึง ก็พอช่วยได้ดีทีเดียว สนนราคาอยู่ราวๆ  14,000 บาท บวกลบพันนึงเช่นกัน ส่วนใครไม่เน้นเล่นเกม ไม่เอาการ์ดจอแยก อาจจะได้ Core i5 มาแทนในราคาไม่เกิน 15,000 บาทเช่นกัน

ทั้งหมดนี้จะมีอุปกรณ์มาตรฐานเป็นแรม 4GB, ฮาร์ดดิสก์ 500GB, WiFi, Bluetooth, USB 3.0, หน้าจอ HD เป็นอย่างน้อย และฟังก์ชันอื่นๆ ที่โน้ตบุ๊กทั่วไปควรจะมีมาให้ครบ … แล้วยังต้องการอะไรอีกล่ะ

  • Acer Aspire ES1-431โน้ตบุ๊กราคาประหยัด ไม่ถึงหมื่น เพียง 9,990 บาท พร้อมซีพียู Celeron แรม 2GB ที่พอใช้งานในสเปกนี้
  • Asus K455LA เน้นประสิทธิขึ้นมาหน่อยด้วยซีพียู Core i3 กับแรม 4GB และ HDD 1TB ในราคาคุ้มค่าแค่ 13,500 บาท

รุ่นเล็ก เน้นพกพา

จะว่าไปกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่น่าจับตามองมาก ที่สุด เพราะมันคือตลาดของ “เน็ตบุ๊ก” ที่เคยเฟื่องฟูถึงขีดสุด ชนิดที่เรียกว่าใครๆ ก็ต้องซื้อ จนตอนนี้ล่มสลายไปจนแทบหาซื้อไม่ได้ แต่ความน่าใช้ของมันก็ยังมีอยู่

โน้ตบุ๊กในกลุ่มนี้พูดง่ายๆ ก็คือมาแทน “เน็ตบุ๊ก” นั่นแหละครับ ขนาดเล็กประมาณ 10-12 นิ้ว สเปกต่ำสำหรับใช้งานทั่วไป และมีราคาที่ต่ำกว่าหมื่นบาทเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นมันจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คนที่ต้องการเครื่องโน้ตบุ๊กขนาดเล็กสำหรับเน้นพกพาเป็นหลัก

มาดูสเปกกันบ้าง แน่นอนว่าเน็ตบุ๊กสเปกไม่ได้เน้นแรง ก็มักจะมีแค่ Celeron, Pentium Dual Core (หายากหน่อย) และ Atom ซึ่งเป็นซีพียูสำหรับเน็ตบุ๊กเดิมนั่นแหละ แต่เอามาปรับปรุงประสิทธิภาพจนปัจจุบันไม่ได้ขี้เหร่อีกต่อไปแล้ว เราจะเห็นแท็บเล็ตที่ใช้ Atom รวมถึงสมาร์ทโฟนอีกหลายรุ่นก็แรงไม่เบา ดังนั้นถามว่าเพียงพอไหม ตอบได้เลยว่า “พอ” สำหรับ “งานทั่วไป” นะครับ

ส่วนออปชั่นด้านอื่นๆ ก็มีทั้งแบบจัดเต็มเหมือนกับขนาด 14-15 นิ้ว แต่จำนวนพอร์ตอาจจะน้อยกว่า และแน่นอนว่าไม่มีไดรฟ์ DVD มาให้แน่นอน แต่ในรุ่นที่เน้นความบางก็อาจจะตัดพอร์ต VGA และ LAN ออกไปด้วย เพราะพอร์ตมีขนาดใหญ่ ไม่ใช่ลดต้นทุน ซึ่งในโน้ตบุ๊กราคาแพงที่เน้นความบางก็ตัดออกไปเช่นเดียวกัน

ข้อจำกัดของโน้ตบุ๊กเล็กๆ เบาๆ แบบนี้คือสเปก ที่นอกจากจะใช้ซีพียูรุ่นล่างแล้ว ยังติดแรมมาให้แค่ 2GB, ฮาร์ดดิสก์ 500GB, และการเชื่อมต่อ WiFi, Bluetooth ยังคงมีมาให้เช่นเดิม ส่วนการ์ดจอแยกนี่ลืมไปได้เลย ที่สำคัญคือการอัพเกรดแทบจะเป็นไปไม่ได้ รวมถึงในหลายๆ รุ่นก็ไม่สามารถอัพเกรดแรมที่มีอยู่เพียงแค่ 2GB ได้อีกด้วย … ถ้ามีมาให้ 4GB เลยจะไม่ว่าจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ มันหาซื้อยากมาก เพราะหลายๆ แบรนด์เข็ดจากการเจ็บตัวตอนเน็ตบุ๊ก และมีไม่กี่แบรนด์ที่เหลือมาทำเน็ตบุ๊กในกลุ่มนี้ แต่ตอนนี้ก็เริ่มเห็นมีเยอะมากขึ้นแล้วเช่นกัน ส่วนราคานั้นมีตั้งแต่ประมาณ 8 พัน เรื่อยไปจนถึงรุ่นพิเศษๆ เช่น Thinkpad ที่ทนทานกับสเปกที่แรงขึ้นอีกนิดเดียว ในราคาหมื่นต้นๆ

  • HP Stream 11 โน้ตบุ๊กเล็กๆ น่ารักๆ มาพร้อมซีพียู Atom สเปกเบาๆ แต่ใส่ซิมได้ด้วย ในราคา ,900 บาท
  • Asus X205TA ขนาด 11 นิ้ว น้ำหนักเบาๆ ราคา 7,900 บาทเท่านั้น แถมได้ SSD ด้วย แม้ว่าจะ 64GB ก็ตาม
  • Lenovo Ideapad 100S 11 โน้ตบุ๊กตัวจิ๋ว จอ 11 นิ้ว แต่ประสิทธิคุ้มราคา ในราคาเพียง 8,990 บาทเท่านั้น

Hybrid ราคาถูกใช่ว่าจะไม่มี

กลุ่มสุดท้าย ของเอี่ยวมาอยู่ในโน้ตบุ๊กราคาประหยัดด้วย เพราะโดยพื้นฐานของมันสามารถทำงานได้เช่นเดียวกัน นั่นคือกลุ่ม Hybrid ซึ่งจะมองว่ามันเป็นแท็บเล็ตที่สามารถต่อคีย์บอร์ดได้ หรือโน้ตบุ๊กถอดจอได้ก็ตาม มันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ

กลุ่มนี้เดี๋ยวนี้มีราคาที่ไม่สูงมาก และจริงๆ แล้วมีความใกล้เคียงกับกลุ่มโน้ตบุ๊กขนาดเล็กในหัวข้อที่แล้วอยู่มากทีเดียว เนื่องจากโครงสร้างมีความใกล้เคียงกัน และมีพื้นฐานมาจากอุปกรณ์แบบเดียวกัน เพียงแค่ขนาดที่อาจจะเล็กกว่า โดยอาจจะมีขนาดเพียง 8-10 นิ้ว แต่นั่นก็ทำให้หน้าจอและคีย์บอร์ดเล็กลงด้วยเช่นกัน ใครจะใช้งานถนัดหรือไม่ถนัดก็แล้วแต่ความชอบแล้วล่ะครับ

สเปกกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดจะเป็นซีพียู Atom ที่เน้นประสิทธิภาพต่ำๆ ทำงานพื้นฐานทั่วไป เล่นเน็ต เช็กเมล พิมพ์งานได้ ใช้แบตได้อึดๆ อาจจะประมาณ 4-5 ชั่วโมงแบบสบายๆ และที่สำคัญคือพื้นที่เก็บข้อมูลเป็น SSD ที่มีความเร็วสูง เพียงแค่จะเสียก็ตรงมีความจุมาให้น้อยเท่านั้นแหละ โดยอาจจะมีเพียงแค่ 32GB พอลงวินโดวส์กับแอพฯ นิดหน่อยได้เพียงเท่านั้น

  • Asus Transformer Book T100 โน้ตบุ๊ก 2 in 1ที่สเปกเบาๆ พอๆ กับโน้ตบุ๊กตัวเล็ก พอถอดจอได้เลยอัพราคาขึ้นมาราว 12,900 บาท

สเปกกระจอก ซื้อมาใช้ดีเหรอ?

สุดท้ายคงเป็นคำถามที่อยู่ในใจว่าราคาถูกขนาด นี้ กลัวจะซื้อมาแล้วเป็นขยะ ทำอะไรไม่ค่อยได้ ใช้งานทีแทบเขวี้ยงทิ้ง สุดท้ายเก็บขึ้นหิ้งไว้ดูเล่น

จะบอกว่าอุปกรณ์ไอทีเกือบทุกชนิดเมื่อมาถึง จุดๆ หนึ่ง การพัฒนาฮาร์ดแวร์นั้นจะล้ำหน้าไปจนเกินความต้องการของซอฟต์แวร์ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก ราคาถูก ก็มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำงานทั่วไปได้เป็นอย่างดี คงเหลือซอฟต์แวร์เฉพาะด้าน เฉพาะทาง ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงมากจริงๆ ถึงต้องการเครื่องที่มีสเปกสูง ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มีแค่เฉพาะโน้ตบุ๊กเท่านั้น แต่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตก็เป็นเช่นเดียวกัน และมันเริ่มเกิดขึ้นแล้วเมื่อเราเห็นว่าสมาร์ทโฟนราคาครึ่งหมึ่นก็สามารถใช้ ทำงานร่วมกับแอพฯ ทั่วไปได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นสำหรับโน้ตบุ๊ก Entry Level เองนี้ จึงเป็นอุปกรณ์ที่ตัดเอาเรื่องดีไซน์ที่สวยหรู หรือโดดเด่นออกไป รวมถึงฟังก์ชันพิเศษและเทคโนโลยีเฉพาะตัวบางอย่างออกไป เหลือเพียงเครื่องเปล่าๆ ที่รองรับการทำงานได้จริงๆ เท่านั้น

ใครควรซื้อ? … คนที่ต้องการการใช้งานจริงๆ เพียงอย่างเดียว เน้นความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายลงไป โดยอาจจะเป็นการซื้อมาใช้งานเองสำหรับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องดีไซน์ ซื้อให้พนักงานใช้งานภายในออฟฟิศ หรือซื้อให้เด็กๆ ใช้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่สุดท้าย ถ้าคุณไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินมากนัก การเพิ่มเงินอีกไม่เกิน 5,000 บาท ก็จะได้โน้ตบุ๊กที่มีดีไซน์ดูดีขึ้น กับสเปกที่ดีขึ้นอีกเล็กน้อย … สุดแล้วแต่คุณจะเลือกครับ

จำได้ไหมว่า…คุณติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่บนโทรศัพท์มือถือครั้งสุดท้ายเมื่อไร

จากคำถามข้างต้น หลายคนอาจจำไม่ได้ เพราะมันนานมากแล้ว ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณอันตรายที่กำลังชี้ให้เห็นว่า แอปพลิเคชันเกิดใหม่อาจตายก่อนได้โตเสียแล้วในยุคนี้

โดยยุคที่ตลาดแอปพลิเคชันบูมสูงสุดอาจเป็นในช่วงปี 2008 เมื่อ Apple เปิดตัว App Store  แต่ตอนนี้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีแอปที่ตนเองชื่นชอบและใช้เป็นประจำเต็มเครื่องแล้ว และบางคนก็พอใจกับสิ่งที่มี ไม่ได้มองหาแอปต่าง ๆ มาติดตั้งเพิ่มอีก

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของบริษัท Nomura พบว่า ในเดือนที่ผ่านมา ผู้พัฒนาแอประดับท็อป 15 บริษัทมียอดการดาวน์โหลดแอปลดลงเฉลี่ย 20 เปอร์เซ็นต์ (เฉพาะในสหรัฐอเมริกา) และเมื่อหันมามองยอดการดาวน์โหลดนอกสหรัฐอเมริกา ทั้ง 15 บริษัทมีอัตราการเติบโตเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (เดือนพฤษภาคม)

จะมีเพียงสองค่ายที่มีสถิติการเติบโตสูงอยู่ นั่นก็คือ Snapchat และ Uber ซึ่งเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้น สถิติการดาวน์โหลด Snapchat ได้แซงหน้า Facebook ไปแล้ว

สำหรับเทรนด์ดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจหาก Facebook จะพยายามอย่างหนักที่จะกระจายการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ห่างไกล หรือในประเทศยากจน ซึ่งหลายครั้งเข้าไปให้บริการแบบฟรี ๆ กันเลยก็มี และในขณะเดียวกัน Facebook ก็เริ่มตัดฟีเจอร์บางอย่างบนแอปหลักของตนเองทิ้ง เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันไปติดตั้งแอปในเครือเดียวกันเพิ่ม

ดังเช่นกรณีของ Messenger และ Moments ซึ่งนอกจากจะช่วยแจ้งเกิดให้แอปน้องใหม่ในค่ายแล้ว ยังทำให้ตัวเลขสถิติในการดาวน์โหลดของแอปน้องใหม่ติดอยู่ในชาร์ตด้วย ซึ่ง Facebook ที่มีฐานผู้ใช้สูงกว่า 1.5 พันล้านรายก็สามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่ถ้าเป็นนักพัฒนาตัวเล็กกระจิ๋ว กับแอปที่ไม่โด่งดัง และไม่มีฐานผู้ใช้บิ๊กเบิ้มระดับ Facebook สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันที เพราะตลาดแอปพลิเคชันเองก็ไม่ต่างจากตลาดของโทรศัพท์มือถือ ที่ในวันนี้ หากไม่สามารถหาโอกาส หรือเปิดตลาดใหม่ได้ ก็มีสิทธิเจอสภาวะที่ยอดการดาวน์โหลดไม่เติบโตอีกต่อไปเช่นกัน

ที่มา Recode

สนับสนุนเนื้อหา: thumbsup.in.th

God of War กลับมาอีกครั้ง ลุงเหม่ง Kratos ลุยเหล่าเทพ Norse

ในที่สุดเกมซีรี่ส์ God of War ก็กลับมาอีกครั้งตามข่าวลือ ในงานแถลงข่าวของ Sony Interactive Entertainment ที่งาน E3 2016 แน่นอนว่าทำลงเฉพาะเครื่อง PS4 เท่านั้น ซึ่งภาคนี้ทาง Santa Monica Studio ได้แอบพัฒนาอยู่นานพอดูแล้ว จนเราได้เห็นภาพหลุดกันไปก่อนหน้านี้

God of War ภาคใหม่นี้ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ แต่เนื้อเรื่องจะดำเนินต่อจาก God of War แน่นอน เพียงแต่จะไม่เกี่ยวข้องกับเทพแห่งกรีกแล้ว โดยหลังจากภาคสามนั้นหลายปีต่อมา Kratos ก็แก่ขึ้นและเดินทางมาอาศัยอยู่ในแดนน้ำแข็ง เป็นผู้สอนวิชาต่อสู้และล่าสัตว์ให้กับเด็ก

ระบบต่อสู้ของภาคนี้จะคล้ายของเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะเรื่องอาวุธ ที่สามารถขว้างและต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้ รวมถึงเก็บอาวุธต่างๆมาใช้เพิ่ม ภาคนี้ยังเน้นฉากแบบทั่วไปยังไม่ทำเป็นโอเพ่นเวิลด์ แต่ฉากก็กว้างมากพอให้สามารถเล่นได้นานกว่าภาคก่อนหน้านี้

God of War ยังไม่มีกำหนดวันออก แต่คาดว่าไม่ทันในปี 2016 แน่ อาจจะได้เล่นในปี 2017

God of War

 

iPhone 7 อาจพลิกโฉมดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยจอไร้ขอบ!

iPhone 7 ว่าที่เรือธงรุ่นต่อไป อาจพลิกโฉมดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยจอไร้ขอบ! พร้อมเทคโนโลยีการสแกนนิ้วแบบ Ultrasound Imaging ที่ล้ำหน้ากว่า Touch ID คาดเปิดตัวกันยายนนี้!

เรียกได้ว่ามีการปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับว่าที่เรือธงรุ่นต่อไปจากค่าย Apple อย่าง iPhone 7 ออกมาให้ได้ทราบกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็มีการเปิดเผยเบาะแสใหม่เกี่ยวกับการดีไซน์ iPhone 7 รูปแบบใหม่ออกมาให้ได้ทราบกันเพิ่มเติม

จากรายงานล่าสุดระบุว่าทาง Apple อาจปรับดีไซน์ iPhone รุ่นใหม่ให้มีหน้าจอไร้ขอบ และไร้ปุ่มโฮม พร้อมฝังกล้องดิจิทัลด้านหน้า และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายใต้หน้าจอ ซึ่งสอดคล้องกับสิทธิ บัตรที่ทาง Apple จดทะเบียนไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2015 ที่ผ่านมา และได้รับการเปิดเผยรายละเอียดเมื่อเร็วๆ นี้

โดยเผยให้เห็นการสแกนลายนิ้วมือผ่านหน้าจอได้โดยตรง พร้อมกับระบุว่าเป็นเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasound Imaging หรือ การใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงแบบอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ที่สามารถจดจำรายละเอียดของลายนิ้วมือในทุกตำแหน่งของหน้าจอ และมีความถูกต้องแม่นยำมากกว่าระบบ Touch ID ในปัจจุบัน

การสแกนลายนิ้วมือด้วยเซ็นเซอร์แบบ Ultrasound Imaging นั้นจะมีตัวแปรความถี่ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอนของกระจก โดยตัวแปรความถี่ทั้งสองตัวจะมีหน้าที่ในการจดจำรายละเอียดของลายนิ้วมือ และส่งข้อมูลต่อไปยังเซ็นเซอร์ที่อยู่ภายในด้วยคลื่นความถี่สูงแบบอัลตรา ซาวด์

เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ดีขึ้นไปอีก ขั้น แต่อย่างไรก็ตาม การสแกนลายนิ้วมือด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองเท่านั้น ซึ่งคงต้องคอยติดตามกันต่อไป ว่า iPhone 7 จะมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่นี้จริงหรือไม่

ที่มา : 9to5mac

วิธีนำโลโก้เก่า, Instagram ,กลับมาใช้ ,สำหรับคนที่ไม่ชอบโลโก้ใหม่

เชื่อว่าทุกคนที่ไม่ชอบโลโก้ใหม่ของ Instagram แบบใหม่ที่ดูแปลก ๆ และไม่คุ้นเคย ก็อยากให้แบบเก่ากลับมา

ขั้นตอนแรกนำ Instagram เดิมเข้าไปใน Folder ที่เราต้องการ

จากนั้นให้เข้าไปที่เว็บ whoisjuan.github.io/ig-logo/add.html  แล้วกดเครื่องหมาย Option (รูปสี่เหลี่ยมและมีลูกศรขึ้นตรงกลาง) แล้วก็เลือก add to home screen เท่านี้โลโก้เก่าก็จะกลับมาหาคุณได้แล้ว

คำถามที่หลายคนสงสัยว่า โลโก้ใหม่จะกดได้หรือไม่ คำตอบคือกดได้เหมือนเดิม แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบโลโก้ใหม่ ลองใช้งานดูนะครับ

    หมายเหตุ สำหรับ Android นั้น บางยี่ห้อสามารถกดเปลี่ยนโลโก้ได้ สามารถหารูปที่เนียนที่สุดมาแทนได้ แต่บางยี่ห้อยังไม่สามารถทำได้ ถ้าเกิดทำได้แล้ว ทีมงาน Sanook! Hitech จะนำมาบอกกล่าวอีกครั้งครับ

ที่มา : BGR