สั่งปิด,รพ.เดชา ,30 วัน, เจ้าของตาย,มาตรฐานตกต่ำ

สั่งปิดรพ.เดชา 30 วัน เจ้าของตาย-มาตรฐานตกต่ำ

สั่งปิดรพ.เดชา 30 วัน เจ้าของตาย-มาตรฐานตกต่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 พ.ค.) นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนกว่า รพ.เดชา ถนนพญาไท ปิดไฟมืด มีแพทย์ 1 คน พยาบาลน้อยมาก ห้องฉุกเฉินปิด แสดงความไม่พร้อมในการให้บริการรักษาพยาบาล

สบส.ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือเจ้าของโรงพยาบาลเสียชีวิตไปประมาณ 1 เดือนแล้ว อยู่ระหว่างการหาผู้ประกอบการคนใหม่ ขณะเดียวกันยังพบว่ามีบุคลากรน้อยมาก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของรพ.ขนาด 100 ห้อง

สบส.จึงถือว่า รพ.เดชา ไม่ได้มาตรฐาน จึงมีคำสั่งปิดรพ.เดชา ถนนพญาไท ทันที ในวันที่ 11 พ.ค. 2559 เป็นระยะเวลา 30 วัน หรือจนกว่าจะหาผู้ประกอบการคนใหม่ได้

ทั้งนี้ ขณะนี้มีผู้ป่วยใน 7 คน เป็นผู้ป่วยในระบบประกันสังคม อยู่ระหว่างการประสานไปรพ.อื่น ซึ่งหากทางรพ.หาผู้ประกอบการใหม่ได้แล้ว และประสงค์จะเปิดให้บริการอีกครั้ง ก็ต้องยื่นเรื่องขออนุญาตมาที่สบส. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

สปท.เห็นชอบ,รายงานปฏิรูปปกครองท้องถิ่น

สปท.เห็นชอบรายงานปฏิรูปปกครองท้องถิ่น

สปท.เห็นชอบรายงานปฏิรูปปกครองท้องถิ่น

ที่ประชุม สปท. เห็นชอบรายการปฏิรูปปกครองท้องถิ่น เรื่องการบริหารบุคคล กทม. – ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมเสนอ ครม.

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การบริหารบุคคลของกรุงเทพมหานคร และร่างพระราชบัญญัติระเบียบราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานครแล้ว เพื่อเตรียมนำส่งให้คณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ เป็นการปรับให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งองค์ประกอบของคณะกรรมการกลางในการบริหารงานบุคคลอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้ง เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันกับข้าราชการพลเรือน พร้อมกันนี้ ยังมีการปรับแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554

ขณะเดียวกัน ก่อนปิดการประชุม นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานการประชุม ได้เชิญชวนสมาชิกลงชื่อเป็นอาสาสมัครชี้แจงคำถามพ่วงประชามติ เพิ่มเติมได้จนถึงเวลา 16.00 น. วันนี้ และพรุ่งนี้จะนำรายชื่อส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก่อนที่จะร่วมอบรมแนวทางการชี้แจงในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม เวลา 13.00 น.

‘ปลอดประสพ’, โชว์รูปอยู่ดงพญาเย็น ,บอกสบายดียังไม่ถูกยิง

'ปลอดประสพ' โชว์รูปอยู่ดงพญาเย็น บอกสบายดียังไม่ถูกยิง

‘ปลอดประสพ’ โชว์รูปอยู่ดงพญาเย็น บอกสบายดียังไม่ถูกยิง

‘ปลอดประสพ’ โชว์รูปอยู่ดงพญาเย็น บอกสบายดียังไม่ถูกยิง จ่อแจ้งความคนปล่อยข่าวทำให้เสียหาย

จากกระแสข่าว นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ และรักษาการรองหน.พรรคเพื่อไทยถูกยิงนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจากคนใกล้ชิดนายปลอดประสพ โดยระบุว่าไม่เป็นความจริง โดยเจ้าตัวปลอดภัยดี และเตรียมจะไปแจ้งความกับผู้ที่ปล่อยข่าวจนได้รับความเสียหาย ขณะนี้นายปลอดประสพได้พักผ่อนอยู่ที่ต่างจังหวัด

นอกจากนี้นายปลอดประสพยังส่งข้อความทางไลน์มาให้แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า “ผมยังไม่ตาย เพรารอดตั้งแต่เกิด ตอนนี้อยู่ในป่าดงพญาเย็น” นายปลอดประสพกล่าวพร้อมยังส่งรูปภาพยืนกอดอกถ่ายที่ดงพญาเย็น พร้อมข้อความท้าว่า “รออยู่ หาไม่ยากหรอก กล้าก็มาสิ”

จตุพร ,ย้ำ, จุดยืน, นปช. ,ต้องมีประชามติ 7 ส.ค.

จตุพร ย้ำ จุดยืน นปช. ต้องมีประชามติ 7 ส.ค.

จตุพร ย้ำ จุดยืน นปช. ต้องมีประชามติ 7 ส.ค.

‘จตุพร พรหมพันธุ์ ‘ ย้ำ จุดยืน นปช. ต้องมีประชามติ 7 ส.ค. หวังเป็นไปตามหลักสากล สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้สวมเสื้อที่เขียนว่าประชามติต้องไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า จึงอยากเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์ในการทำประชามติ และการทำประชามติวันที่ 7 สิงหาคม 2559 จะต้องมีอยู่ เนื่องจากมีการพยายามแสดงแนวคิดในการล้มประชามติ ซึ่ง นปช. ไม่เคยมีประวัติในการล้มการเลือกตั้ง รวมถึงการขัดขวางการใช้สิทธิ์ของประชาชน ดังนั้นจุดยืนคือต้องการให้มีการทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน อยากให้เป็นไปตามหลักเจตนารมณ์ว่าการใช้สิทธิ์ของประชาชนต้องสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ประกาศไว้ คือ การไม่โกง จึงอยากเชิญชวนประชาชนทุกฝ่าย ร่วมเป็นพลเมืองดีของชาติ และหากพบการทุจริตในการทำประชามติ อยากให้ร่วมจัดการคนกลุ่มนี้ไม่ให้มีที่ยืนบนแผ่นดินไทย และส่วนตัวเชื่อว่า กกต. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. รัฐบาล และหลาย ๆ ฝ่าย จะไม่แสดงท่าทีที่ไม่พอใจในการสวมเสื้อที่มีข้อความดังกล่าว หากยังอยากมีการทำประชามติวันที่ 7 สิงหาคม โดยปราศจากการทุจริต และให้มีคนไปใช้สิทธิ์มาก จึงขออย่ามาขัดขวางการใส่เสื้อเชิญชวน เพราะสุดท้ายไม่ว่าประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ทุกฝ่ายจะต้องยอมรับ ซึ่งเป็นหลักการประชาธิปไตยที่ทั่วโลกพึงปฏิบัติ